นราธิวาสระเบิดศึกวอลเลย์บอลหญิง “เจาะไอร้อง เจาะไอรัก” 32 ทีม ร่วมตบกระหึ่มชายแดนใต้

นราธิวาส-แม่ทัพภาคที่ 4 cute หนุนเยาวชน สร้าง “กีฬา” เพิ่มภูมิคุ้มกันความเข้มแข็งให้ชุมชนพื้นที่สีแดง  “เจาะไอร้อง เจาะไอรัก” ระเบิดศึกวอลเลย์บอลหญิง 32 ทีม กระชับสัมพันธ์ หลอมใจคนชายแดนใต้

ที่สนามชั่วคราว บ้านบองอ ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อโครงการ *”เจาะไอร้อง เจาะไอรัก”* กีฬาสานสามัคีชุมชน ได้จัด “การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลหญิง ครั้งที่ 3” ขึ้นอย่างเป็นทางการ ภายใต้การอำนวยการของ *พล.ท.ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค 4*

การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ *24 – 25 ตุลาคม 2569* มีทีมเข้าร่วมจากชุมชนต่างๆ ในพื้นที่รวมทั้งสิ้น *32 ทีม* ถือเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนทุกเพศทุกวัย ได้แสดงศักยภาพด้านกีฬา พร้อมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน

กีฬา = เครื่องมือสร้างสันติสุข*

กิจกรรม “เจาะไอร้อง เจาะไอรัก” เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ที่ต้องการใช้ “กีฬา” เป็นสื่อกลางในการเชื่อมความสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจ และฟื้นฟูความเข้มแข็งให้ชุมชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

พล.ท.ชาคริต อุจะรัตน กล่าวว่า “กองทัพภาคที่ 4 พร้อมสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างสรรค์ โดยเฉพาะด้านกีฬาและเยาวชน เพราะเราเชื่อว่าสนามกีฬาไม่ใช่แค่ที่แข่งขัน แต่คือพื้นที่ปลอดภัยที่ทุกคนจะได้มาเจอกัน เรียนรู้การให้เกียรติ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และทำงานเป็นทีม”

บรรยากาศอบอุ่น คนทั้งชุมชนร่วมใจ*

การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงครั้งนี้ นอกจากการชิงเงินรางวัลและถ้วยเกียรติยศเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแล้ว สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ “รอยยิ้ม” ของคนในพื้นที่

ตั้งแต่ผู้นำศาสนา ผู้ใหญ่บ้าน ผู้สูงอายุ เยาวชน ไปจนถึงประชาชนทั่วไป ต่างพร้อมใจกันมาเชียร์ มาให้กำลังใจนักกีฬา เสียงปรบมือ เสียงเชียร์ ดังกึกก้องตลอดทั้งวัน สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความสามัคีที่กำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้ง

เจ้าหน้าที่ผู้จัดงานระบุว่า “กีฬาทำให้คนต่างวัย ต่างความคิด ได้มาเจอกัน ได้คุยกัน ได้หัวเราะด้วยกัน นี่คือจุดเริ่มต้นของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และนี่คือสิ่งที่เราอยากเห็นในทุกๆ หมู่บ้าน”

เดินหน้าสร้างพื้นที่สันติสุข*

โครงการ “เจาะไอร้อง เจาะไอรัก” จะยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำว่า “สันติสุข” จะเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่ด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจาก “ความร่วมมือ” ของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม

การแข่งขันในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของชัยชนะในสนาม แต่คือ “ชัยชนะของชุมชน” ที่ได้กลับมาเข้มแข็ง ได้กลับมายืนด้วยกันอีกครั้ง เพื่อการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลาย อย่างเข้าใจ.

โดย…แวดาโอ๊ะ หะไร/อัสมา บินมะนุ จ.นราธิวาส

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts